รถที่ไม่ต้องใช้ยางอะไหล่
    จะต้องถือเป็นคุโณปการของความก้าวหน้าทางเทคโนโนยี ที่ทำให้การขับขี่รถมีความปลอดภัยและสะดวกสบายขึ้นซึ่งรวมไป
ถึงเรื่องของรถยนต์ด้วย ตามสถิติแล้วรถที่วิ่งบนถนนที่มีพื้นผิวการจราจรอยู่ในระดับดี ผู้ขับมักเจอกับปัญหาเรื่องยางแบนทุกครั้ง
ที่ขึ้นถึง 150,000 กม. นั่นแปลว่ายางอะไหล่ยังคงเป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับรถที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งราคาของยางอะไหล่ก็ไม่ใช่
ถูกๆ สำหรับรถบางรุ่นอาจต้องจากแพงถึง 700 ดอลลาร์เลย ยิ่งกว่านั้น ยางอะไหล่ยังกินเนื้อที่และนํ้ามันด้วยหากคิดเสียว่าเฉลี่ย
แล้วยางเส้นหนึ่งหนัก 30 กก. ทุก 100 กม. รถของคุณจะกินนํ้ามัน 1 ลิตรเพื่อแบกนํ้าหนักยางอะไหล่
   วิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ BMW M GmbH จึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องกำจัดนํ้าหนักส่วนเกินนี้และหาทางออกในรูปแบบ
ใหม่ที่ฉลาดขึ้น M Roadster สปอร์ตนำสมัยรุ่นล่าสุด ความแรง 321 แรงม้า (236 kW) จึงเป็นรถคันแรกจากโรงงานใน
แคว้น บาวาเรียที่ไม่ต้องใช้ยางอะไหล่
   เทคโนโลยีตัวใหม่นี้มีชื่อว่า M Mobility System (MMS) ประกอบด้วยคอมเพรสเซอร์ทรงพลังขนาด กะทัดรัดกับขวด
นํ้ายาผนึก ซึ่งทั้งหมดนี้หนักเพียง 5 กก. แต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีของ MMS นี่เอง ทำให้ปัญหาเรี่องยางแตก
ยางแบนกะทันหันหมดไปอย่างสิ้นเชิง ต่อไปนี้ไม่ต้องหงุดหงิดกับการถอดล้อ MMS เพียงตัวเดียว แม้แต่มือของผู้ขับขี่
M Roadster ก็จะไม่เลอะต้องซํ้า

สะดวกสบายในการใช้: เพียงกดปุ่ม
คอมเพรสเซอร์จะปั้มนํายาผนึกเข้าไปใน
เส้นยางต่อจากนั้นเครื่องก็จะเติมลมเข้าไป
   อุปกรณ์ดังกล่าวใช้ไฟโดยสามารถเสียบเข้ากับปุ่มจุดบุหรี่ในรถได้โดยมีท่อสีดำเชื่อมต่อระหว่างคอมเพรสเซอร์กับขวดนํ้ายาผนึก
และมีท่อสีขาวเชื่อมขวดบรรจุนํ้ายาผนึกนี้เข้ากับวาล์วบนเส้นยางอีกที เพียงกดปุ่มคอมเพรสเซอร์จะปั้มนํ้ายาผนึกเข้าไปในเส้นยาง
ต่อจากนั้นเครื่องก็จะเติมลมเข้าไป โดยอ่านแรงอัดได้จากเครื่องวัดซึ่งติดอยู่ใกล้ๆ ขั้นตอนทั้งหมดสะดวกสบายมากง่ายเหมือนเติม
ลมยางตามปั้มยังไงยังงั้น แถมกินเวลาไม่เกิน 5 นาที
   หลังจากใช้ MMS รถไม่ควรวิ่งเกิน 60 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) ในช่วงประมาณ 2 กม.แรก ทั้งนี้เพื่อให้นํ้ายาผนึกกระจายไป
ทั่วเส้นยาง และหากจำเป็นจะต้องเช็กลมยาง หลังจากนั้นให้วิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. (50 ไมล์/ชม.) ขั้นตอนต่อไปคือ
ให้เปลี่ยนยางที่ใกล้ที่สุด
   แนวคิดของระบบ MMS ซึ่งถือได้ว่ายอดเยี่ยมที่สุดในโลก เป็นวิธีการแก้ไขเส้นผมบังภูเขา จนอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมก่อนหน้านี้
ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน ทั้งๆที่ในตลาดก็มีนํ้ายาผนึกในรูปสเปรย์กระป๋องขายนานแล้ว
   "ปัญหาอยู่ที่ว่าสเปรย์ที่แก้ไขปัญหาได้ไม่สมบูรณ์แบบ" เคล้าส์ ชมิดท์ หัวหน้าฝ่านพัฒนาระบบช่วงล่างของ BMW M GmbH อธิบาย "นํ้ายาผนึกของเราจะผสมด้วยสารที่ติดไฟง่าย ไม่เช่นนั้นเวลาเจอสภาวะที่เปียกชื้น ประสิทธิภาพของมันจะ
ลดลงได้"
   ขั้นตอนการพัฒนาเทคโนโลยี M Mobility System ใช้เวลาทั้งสิ้นสองปี โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท Dunlop ในการ
ผลิตนํ้ายาลาเท็กซ์ ซึ่งเป็น สารประกอบตัวหนึ่ง เคล้าส์ ชมิดท์ เสริมว่า ผลของการทำงานครั้งนี้ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ไฮเทคตัวใหม่
ที่พกพาสะดวกประสิทธิภาพสูงและการใช้งานไม่ซับซ้อนซึ่งเป็นที่พึงพอใจของลูกค้า

แหล่งไฟฟ้า: เทคโนโลยี M Mobility
System ใช้ไฟโดยสามารถเสียบเข้า
กับปุ่มจุดบุหรี่ในรถ
   MMS ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ M Roadster เท่านั้น ยังใช้ได้กับ BMW ทุกรุ่น และรถทุกยี่ห้อ ยิ่งกว่านั้นนอกเหนือจากปัญหา
เรื่องยางแบนแล้ว ยังสามารถใช้ MMS ในกรณีต้องการวัดหรือเติมลมยางด้วย เหมือนกับที่วิศวกรอย่าง ชมิดท์ กล่าวว่า
"ถือได้ประดิษฐกรรมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการบอกลาปัญหายางแบนอย่างถาวร"
   เทคโนโลยีตัวใหม่นี้ยังช่วยลดมลภาวะเป็นพิษอีกด้วย ซึ่งนอกเหนือจากจะช่วยให้ประหยัดการเผาผลาญนํ้ามันเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้อง
สูญเสียจากการแบกนํ้าหนักยางอะไหล่แล้วทุกๆปี จะมีการทำลายยางรถที่ไม่ใช่แล้วเป็นจำนวนนับล้านๆ เส้น ซึ่งหากไม่ต้องผลิต
ตั้งแต่แรก นั่นหมายถึงการประหยัดทรัพยากรและพลังงานจำนวนมาก
   อย่างไรก็ตาม MMS ก็มีจุดอ่อนอยู่บ้าง แม้ว่ามันจะช่วยได้ถึง 80-90 เปอร์เซนต์ของรถที่ยางแบนสามารถวิ่งต่อไปได้ แต่ถ้า
หากยางฉีกหรือเป็นรูเส้นผ่าศูนย์กลางยาวกว่า 4.5 มม. MMS ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีเหลือเชื่อ
เช่นนี้ขึ้น ผู้ขับขี่ M Roadster สามารถโทรเรียกหน่วยบริการฉุกเฉินของ BMW ซิ่งเปิดตลอด 24 ชม. และกำลังขยายบริการ
ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เราจะส่งหน่วยซ่อมเคลื่อนที่ไปยังจุดเกิดเหตุทันที
   แต่ถ้าหากพิจารณาตามทฤษฎีความเป็นไปได้แล้วล่ะก็ โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวมีน้อยมาก เพราะสมมุติในหนึ่งปี รถคัน
หนึ่งวิ่งเป็นระยะทางทั้งสิน 15,000 กม. กว่ารถคันนั้นจะต้องเปลี่ยนยางใหม่ครั้งต่อไปเพราะปะไม่ได้แล้ว กินเวลา 80-90 ปี
เลยทีเดียว

ท่อส่งนํ้ายาผนึก: ท่อสีขาวเชื่อต่อ
ระหว่างขวดบรรจุนํ้ายาผนึก
ไปยังวาล์วที่เส้นยาง